เครื่องอัฏฐบริขาร

อัฏฐบริขารซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดเสียมิได้ มีความหมายว่า บริขาร ๘ แบ่งเป็นผ้า ๕ อย่างคือ สบง ๑ ประคตเอว ๑ จีวร ๑ สังฆาฏิ ๑ ผ้ากรองน้ำ ๑
และเหล็ก ๓ อย่างคือ บาตร ๑ มีดโกน ๑ เข็มเย็บผ้า ๑

ทุติยัมปาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยาหัง ภันเต, ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพะชัง, ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง.ฯ
อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ, อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตวา, ปัพพาเชถะ มัง ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ,ฯ
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ, อิมินา กาสายานิ วัตถานิ คะเหตวา, ปัพพาเชถะ มัง ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ. ฯ ( จบคำขอบรรพชา อุปสมบท ตอนที่1)

(ข้อสังเกต การออกเสียงภาษาไทย กับ ภาษามคธ นั้น ต่างกันเฉพาะตอนนี้มีอยู่ ๒ คำ คือ ตัว พ...(พาน) กับตัว ท..(ทหาร) ภาษามคธตัว พ. ออกเสียงคล้ายตัว บ (ใบไม้) อย่างเช่น.....สุจิระปะรินิพพุตัมปิ ออกเสียงเป็น สุจิระปะรินิพ บุ ตัมปิ, ตัว ท. ออกเสียงคล้ายตัว ด (เด็ก).........อุปะสัมปะทัง เป็น อุปะสัมปะ ดัง., เฉพาะตัว ญ. ฎ. ฐ. ณ. ออกเสียงเป็นพิเศษให้ขึ้นนาสิก - เพดาน )

เมื่อว่าคำขอบรรพชาอุปสมบทจบแล้ว น้อมตัวถวายผ้าไตรในมือแด่อุปัชฌาย์ แล้วนั่งพับเพียบประนมมือฟังคำสอนจากพระอุปัชฌาย์...........เมื่อพระอุปัชฌาย์สอนจบ บอก ตจปัญจกกัฏฐาน พึงว่าตามท่านไปทุกๆคำดังนี้

เกสา, โลมา, นะขา, ทันตา, ตะโจ, (อย่างนี้เรียกว่า ว่าโดยอนุโลม) แล้วว่าถอยกลับอีกครั้ง
ตะโจ , ทันตา, นะขา, โลมา, เกสา, (อย่างนี้เรียกว่า ว่าโดยปฏิโลม)

เมื่อพระอุปัชฌาย์อธิบายถึงข้อกรรมฐานพอสมควรแล้ว ท่านก็หยิบผ้าอังสะสวมให้ ตอนนี้ผู้บวชลุกขึ้นนั่งคุกเข่าน้อมตัวลงแต่พองาม เมื่อท่านสวมผาอังสะเข้าบ่าแล้ว ยกผ้าไตรมอบให้ในมือ น้อมตัวเข้ารับและคอยฟังคำแนะนำวิธีครองผ้ามี่ถูกต้องเป็นปริมณฑล ผู้บวชนำผ้าไปครอง สำเร็จเป็นสามเณร แล้วเข้าไปกราบพระเถระซึ่งเป็นอาจารย์ให้สรณะและศีลฯ ปูผ้ากราบลงยกพานดอกไม้ถวายท่านแล้วกราบลงบนผ้ากราบ ๓ ครั้ง ว่าคำขอสรณะและศีล ต่อไป ดังนี้ ฯ

อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ.
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ.
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ. ฯ

เมื่อพระเถระอาจารย์บอก(ให้) สรณะและศีลก็พึงว่าตามท่านไป โดยว่า นะโม ก่อน ดังต่อไปนี้

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ครั้ง) (อย่าลืม ออกเสียงตัว พ. คล้ายตัว บ สัมบุทธัสสะ) และเมื่อท่านว่า "เอวัง วะเทหิ" พึงรับว่า "อามะ ภันเต" ต่อไปว่าคำถึงสรณะ และศีลตามท่านตามลำดับ

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
. ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ.
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ฯ

เมื่อพระเถระอาจารย์กล่าวคำว่า "สะระณะ คะมะนัง นิฏฐิตัง" พึงรับว่า "อามะ ภันเต" ต่อไปรับศีล ๑๐
๑. ปาณาติปาตา เวระมะณี ( ตัว ณ (เณร) ว่าขึ้นนาสิก ณี)
๒. อะทินนาทานา เวระมะณี (ตัว ท (ทหาร) ออกเสียงคล้ายตัว ด )
๓. อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี
๔. มุสาวาทา เวระมณี
๕. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี
๖. วิกาละโภชะนา เวระมะณี
๗. นัจจะ คีตะ วาทิตะ วิสูกะ ทัสสะนา เวระมะณี
๘. มาลาคันธะ วิเลปะนะ ธารนะ มัณฑะนะ วิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี
๙. อุจจาสะยะนะ มะหาสะยะนา เวรมณี
๑๐. ชาตะรูปะระชะตะปะติคคะหะณา เวรมณี ฯ

อิมานิ ทะสะ (ดะสะ) สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ. (ว่า ๓ ครั้ง) กราบลง ๓ ครั้ง

( ผู้จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อรับศีลเสร็จแล้ว กราบอาจารย์ผู้ให้สรณะและรับศีลแล้ว ลุกขึ้นไปรับบาตรจากโยมแม่ โยมพ่อ ถือบาตรเข้าไปหาพระอุปัชฌาย์ ปูผ้ากราบลงโดยวางบาตรลงทางด้านซ้ายมือ ยกพานดอกไม้ถวายพระอุปัชฌาย์, กราบลงบนผ้ากราบ ๓ ครั้ง ) นั่งคุกเข่าประนมมือกล่าวคำขอนิสัย ว่าดังนี้


อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ.
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ.
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ.

แล้วว่าต่อ อุปัชฌาโย เม ภันเต โหหิ. (ว่า ๓ ครั้ง ) เมื่อพระอุปัชฌาย์กล่าวคำว่า " โอปายิกัง " พึงรับว่า สาธุ ภันเต
เมื่อพระอุปัชฌาย์กล่าวคำว่า " ปฏิรูปัง" พึงรับว่า สาธุ ภันเต

เมื่อพระอุปัชฌาย์กล่าวคำว่า " ปาสาทิเกนะ สัมปาเทหิ " พึงรับว่า สาธุ ภันเต

ต่อจากนั้นว่า "อัชชะตัคเคทานิ เถโร มัยหัง ภาโร, อะหัมปิ เถรัสสะ ภาโร " ( ๓ หน ) จบแล้วกราบ ๓ ครั้ง เมื่อพระอุปัชฌาย์บอกถึงวาระที่จะทำพิธีสวดญัตติกรรมบอกถึงฉายาของผู้ขออุปสมบท และฉายาของพระอุปัชฌาย์เองจบแล้ว อาจารย์ผู้สวดกรรมวาจา เอาบาตรสวมให้ บอกบาตร จีวร ฯลฯ ผู้อุปสมบทพึงรับคำว่า ดังนี้

อาจารย์ว่า อะยัน เต ปัตโต พึงรับว่า อามะ ภันเต
อาจารย์ว่า อะยัง สังฆาฏิ พึงรับว่า อามะ ภันเต
อาจารย์ว่า อะยัง อุตตะราสังโค พึงรับว่า อามะ ภันเต
อาจารย์ว่า อะยัง อันตะระวาสะกัง พึงรับว่า อามะ ภันเต

เมื่อพระกรรมวาจารย์กล่าวคำว่า "คัจฉะ อะมุมหิ โอกาโส ติฏฐาหิ" ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนกลับหลังหันเดินตรงประนมมือออกไปยืน ณ ที่ๆ เขาปูผ้าไว้ แล้วกลับหลังหันมาทางพระสงฆ์ เมื่อพระกรรมวาจารย์ลุกขึ้นออกจากประชุมสงฆ์ไปยืนประจันหน้าเพื่อชักซ้อมถามอันตรายิกกรรม...........เมื่อท่านถามถึงคำว่า..........
กุฏฐัง พึงตอบท่านว่า นัตถิ ภันเต
คัณโฑ พึงตอบท่านว่า นัตถิ ภันเต
กิลาโส พึงตอบท่านว่า นัตถิ ภันเต
โสโส พึงตอบท่านว่า นัตถิ ภันเต
อะปะมาโร พึงตอบท่านว่า นัตถิ ภันเต
. เมื่อท่านถามต่อไปว่า
มะนุสโสสิ๊ พึงตอบท่านว่า อามะ ภันเต
ปุริโสสิ๊ พึงตอบท่านว่า อามะ ภันเต
ภะชิสโสสิ๊ พึงตอบท่านว่า อามะ ภันเต
อะนะโณสิ๊ พึงตอบท่านว่า อามะ ภันเต
นะสิ๊ ราชะภะโฏ พึงตอบท่านว่า อามะ ภันเต
อนุญญาโตสิ๊ มาตาปิตูหิ พึงตอบท่านว่า อามะ ภันเต
ปะริปุณณะวีสะติวัสโสสิ๊ พึงตอบท่านว่า อามะ ภันเต
ปะริปุณณันเต ปัตตะจีวะรัง พึงตอบท่านว่า อามะ ภันเต
(รวมคำรับ ๘ ข้อ)
กิมนาโมสิ ถึงตอนนี้ พึงตอบท่านว่า อะหัง ภันเต............นามะ
โก นามะ เต อุปัชฌาโย พึงตอบท่านว่า อุปปัชฌาโย เม ภันเต อายัสสะมา........นามะ

เมื่อพระกรรมวาจารย์ซักซ้อมเสร็จแล้ว ท่านก็เดินกลับเข้าสู่ประชุมสงฆ์..........เมื่อท่านหันหน้ามาแล้วเรียกเข้าไปไปสู่ที่ประชุมสงฆ์ด้วยคำบาลีว่า......อาคัจเฉยัยยะ, อาคัจฉาหิ, พึงเดินด้วยความสำรวมเข้าไปสู่ที่ประชุมสงฆ์ ถึงแล้วกราบตรงหน้าพระอุปัชฌาย์ ๓ ครั้ง, ตั้งตัวตรงประนมมือว่าคำขออุปสมบท ดังนี้

สังฆัม ภันเต อุปะสัมปะทัง ยาจามิ(มะ)
อุลลุมปะตุ มัง(โน) ภันเต, สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ
ทุติยัมปิ ภันเต, สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ(มะ)
อุลลุมปะตุ มัง(โน) ภันเต, สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ
ตะติยัมปิ ภันเต, สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ(มะ)
อุลลุมปะตุ มัง(โน) ภันเต, สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ . ฯ

ต่อจากนี้ พระกรรมวาจารย์จะซักถามอันตรายิกธรรมต่อหน้าสงฆ์อีกครั้ง ก็พึงตอบปฏิเสธว่า ( นัตถิ ภันเต ) ๕ ครั้ง และตอบว่า ( อามะ ภันเต ) ๘ ครั้ง พร้อมทั้งตอบฉายา ของตน และพระอุปัชฌายะ เหมือนอย่างข้างต้น ฯ

ต่อจากนี้ พระกรรมวาจารย์จะเริ่มสวดญัตติต่อไป ๔ จบ เป็นอันเสร็จเรื่องอุปสมบทกรรม ฯ ภิกษุใหม่พึงนั่งราบประนมมือฟังพระอุปัชฌายะบอกอนุศาสน์ต่อไปโดยความเคารพ เมื่อท่านบอกจบ พระใหม่พึงรับว่า อามะ ภันเต. ฯ

 

คำขอบรรพชา อุปสมบท

ผู้ขอบรรพชานั่งคุกเข่าประคองผ้าไตรประนมมือ เปล่งคำขอว่า
เอสาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยาหัง ภันเต, ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง, ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง.ฯ
ตะติยัมปาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยาหัง ภันเต, ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพะชัง, ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง ฯ
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ, อิมินา กาสายานิ วัตถานิ คะเหตวา, ปัพพาเชถะ มัง ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ, ฯ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

เป็นประโยชน์มากเลยครับ
หามาหลายเวป เพิ่งได้เจอ
ขอบคุณมากนะครับ

#1 By yossapong (202.142.204.1) on 2009-02-27 09:39

ดีจังค่ะขอบคุณค่ะ

#2 By noo peung (203.172.56.109) on 2010-07-24 18:48

13

#3 By (203.172.56.109) on 2010-07-24 18:49